จับโปรเเกรมเมอร์วัยเกษียณ ขายสื่อลามกเด็ก

อาชญากรรม ข่าว
CIB ร่วม HSI แถลงผลการจับกุม โปรเเกรมเมอร์ วัยเกษียณ ขายสื่อลามกเด็กบนดาร์กเว็บ

 

วันนี้ ( 11 มี.ค 68) เวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท.,พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท., พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ รอง ผกก.2 บก.ปอท.,ร.ต.อ.จิรายุ วงศ์วิวัฒน์ รอง สว.กก.2 บก.ปอท. พร้อมด้วย นาย แอนรอน มาเซลัส ผู้ช่วยทูตสำนักงานการสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา(HSI) ร่วมแถลงข่าวการจับกุม MR.STEFFEN (นายสเตฟเฟน) อายุ 54 ปี โปรแกรมเมอร์ชาวเยอรมัน จำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็กบนดาร์กเว็บ

 

 

 

ร.ต.อ.จิรายุ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ตำรวจ บก.ปอท. ได้รับการประสานมาจากสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (HSI) ให้ช่วยดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เนื่องจาก HSI ตรวจพบเว็บไซต์ที่มีพฤติกรรมจำหน่ายสื่อแสดงการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก (CSAM)

 

 

 

และพบว่าผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุอาศัยอยู่ในประเทศไทย กก.2 บก.ปอท. จึงได้ดำเนินการสืบสวนจนสามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดคือ MR.STEFFEN หรือ นายสเตฟเฟน โดยพบว่ามีการเปิดดาร์กเว็บ (Dark web) มาประมาณ 3 ปี หลังช่วงโควิค 19 เพื่อจำหน่ายสื่อลามกอนาจาร โดยมีทั้งคลิปแอบถ่าย,คลิปวาบหวิว,คลิปหลุด, คลิปการช่วยตัวเอง และคลิปการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าบุคคลที่ปรากฎอยู่ในสื่อลามกอนาจารส่วนใหญ่เป็นเด็ก

 

 

 

จากการตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว พบว่า หากจะเข้าใช้บริการ จะต้องมีการสมัครสมาชิก โดยจะต้องโอนเงินดิจิทัลสกุล Bitcoin หรือ Monero ไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลของผู้กระทำความผิดก่อน จากนั้นจึงจะได้เป็นสมาชิก และจะได้รับเครดิตเท่ากับจำนวนเหรียญที่โอนไป ซึ่งภายหลังจากที่ได้เครดิตแล้ว หากสมาชิกเข้าดูคลิปวิดีโอใดในเว็บไซต์

 

 

 

สมาชิกจะถูกหักเครดิตตามราคาของแต่ละวิดีโอ และสมาชิกยังสามารถดาวน์โหลดคลิปลามกอนาจารมาเก็บไว้ได้อีกด้วย จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินดิจิทัล พบว่าผู้กระทำความผิดมีการยักย้ายถ่ายเทเงินไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายกระเป๋า โดยแลกเปลี่ยนเหรียญสกลุเงินดิจิทัลต่างๆ ก่อนจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทโอนเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทย

 

 

สอบถามผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหาทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์อิสระอยู่ที่ประเทศเยอรมัน โดยรับจ้างเขียนโปรแกรมต่างๆ จากนั้นเมื่อเกษียณ ผู้ต้องหาจึงได้เดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ที่  ประเทศไทยและใช้ความรู้ด้านโปรแกรมเมอร์มาสร้างเว็บไซต์จำหน่ายสื่อลามกอนาจาร โดยตัวเองเป็นผู้ดูแลจัดการดาร์กเว็บจำนวน 2 เว็บไซต์

 

 

 

ซึ่งมีวิดีโอลามกอนาจารกว่า 5,000 คลิป โดยส่วนใหญ่เป็นสื่อลามกอนาจารเด็ก มีลูกค้าเป็นสมาชิกกว่า 10,000 ราย โดยแต่ละรายจะต้องมีการชำระเงินขั้นต่ำในการเข้าชมจำนวน 10 ดอลลาร์ ซึ่งภายหลังจากที่ผู้ต้องหาได้รับเหรียญดิจิทัลสกุล Bitcoin จากลูกค้าแล้ว จะทำการยักย้ายถ่ายเทไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลอื่นๆ และแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิทัลเป็นเหรียญสกุลต่างๆ ก่อนจะนำเหรียญดิจิทัลมาขายเป็นเงินบาทเพื่อใช้จ่ายในประเทศไทย (จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ต้องหามีรายได้จากการขายสื่อลามกอนาจาร ประมาณ 100,000 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,500,000 บาท)

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews