ป.ป.ส.จับเครือข่ายขนไอซ์ข้ามชาติยึดทรัพย์23ล้าน เร่งล่าอีก3ราย

อาชญากรรม ข่าว
ป.ป.ส.ขยายผลจับเครือข่ายลักลอบขนไอซ์1.65ตันเพิ่มอีก1ราย พบเคสแรกส่งออกของกลางจากแอฟริกาใต้ ค้น2จุดยึดทรัพย์รวม 23 ล้าน สั่งเร่งล่าระดับสั่งการอีก 3 ราย

 

 

 

 

พล.ต.ท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.พร้อมด้วย นายปฤณ (ปริน) เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และ น.อ.ชยกร โชติพิทยานนท์ ทับกานต์กรมทหารสารวัตรทหารอากาศ แถลงข่าวจับกุมนายปัญจกิตต์(สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญเป็นผู้สั่งการของเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ พร้อมขยายผลตรวจค้นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 2 จุด คือบ้านพักและร้านกัญชาในพื้นที่กรุงเทพฯ และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ เช่น คอนโดมิเนียม ร้านกัญชา รถยนต์หรู นาฬิกา สินค้าแบรนด์เนมและอาร์ตทอย รวมมูลค่ากว่า 23 ล้านบาท

 

 

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวขยายผลมาจากการปิดล้อมตรวจค้นเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา จับกุมผู้ต้องหาได้ 5 คน พร้อมของกลางไอซ์ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 1.65 ตัน อยู่ในม้วนฝ้าย 33 ม้วน โดยจับกลุ่มได้ที่โกดังในพื้นที่แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ จากนั้นได้ขยายผล รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายเพิ่มอีก 4 คน ซึ่งเป็นเจ้าของยาเสพติด ผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการ จึงวางแผนสืบสวนและจับกุมนายปัญจกิตต์ ได้ที่บ้านพักย่านพระราม 3 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

 

ด้าน นายปฤณ (ปริน) เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า สำหรับนายปัญจกิตต์ฯ พบว่าเป็นบุคคลสำคัญระดับผู้สั่งการของเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปประเทศที่สาม โดยจากการสืบสวนพบว่า ไอซ์จำนวน1.65 ตันที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ พบว่ามีต้นทางมาจากประเทศแอฟริกาใต้ และมีปลายทางประเทศอินเดีย

 

 

ซึ่งถือเป็นเคสแรกที่มีการส่งของกลางยาเสพติดประเภทไอซ์จากประเทศดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าของกลางจะมาจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ แต่ติดปัญหาไม่สามารถนำเข้าอินเดียได้กลุ่มผู้ต้องหาจึงประสานเครือข่ายยาเสพติดในประเทศไทยและใช้ไทยเป็นที่พักเพื่อรอส่งไปประเทศปลายทางก่อนถูกจับกุม นอกจากนี้ยังพบข้อมูลเครือข่ายดังกล่าวเคยส่งออกกัญชาไปประเทศอังกฤษมาแล้วถึง 3 ครั้ง

 

 

อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ยังมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 3ราย เป็นคนไทยทั้งหมดและเป็นระดับสั่งการและเป็นเจ้าของยาเสพติดด้วย ตอนนี้พบเบาะแสการหลบหนีแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวนำทรัพย์สินไปลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ประเภทบิตคอยน์ ซึ่งการตรวจสอบค่อนข้างยาก การสืบสวนต้องขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ รวมถึงต้องมีเครื่องมือในการตรวจสอบ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews