ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ซีลแม่น้ำโขง” ทลายเครือข่ายไฟแช็กปลอมและลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดน
วันนี้ (27 ก.พ. 68) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ร่วมกับพล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 แถลงผลปฏิบัติการ “ซีลแม่น้ำโขง” จับกุมเครือข่ายลักลอบจำหน่ายไฟแช็กปลอมข้ามแดน พร้อมทลายจุดลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผิดกฎหมายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์แก่แก๊งมิจฉาชีพ
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า ตำรวจไซเบอร์ได้รับแจ้งจาก บริษัท ไทยเมอร์รี่ จำกัด เจ้าของเครื่องหมายการค้า “Taiyo” ว่ามีการลักลอบนำเข้าไฟแช็กปลอมผ่านชายแดน ก่อนนำไปจำหน่ายทางออนไลน์โดยแอบอ้างว่าเป็นสินค้าของแท้ หลังสืบสวนพบว่าขบวนการนี้มีเครือข่ายใน จ.มุกดาหาร และมีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อปี เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายจับจากศาล
โดยตำรวจ บก.สอท.3 กระจายกำลังเข้าตรวจค้น 5 จุด ใน จ.มุกดาหาร สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ได้แก่ นายประจวบ อายุ 46 ปี นายนครินทร์ อายุ 28 ปี น.ส.นราวดี อายุ 42 ปี น.ส.รินรดา อายุ 24 ปี
ของกลางที่ตรวจยึดได้ ได้แก่ ไฟแช็กปลอมยี่ห้อ “Taiyo” จำนวน 2,050 ชิ้น สมุดบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือที่ใช้รับโอนเงินค่าสินค้า สมุดจดรายละเอียดการส่งสินค้าผู้ต้องหาถูกนำส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม โดยตัวแทนบริษัท ไทยเมอร์รี่ จำกัด ได้เข้าร่วมแถลงข่าวและขอบคุณตำรวจไซเบอร์ที่สามารถปราบปรามเครือข่ายลักลอบจำหน่ายสินค้าไฟแช็กปลอมได้สำเร็จ
ส่วนกรณีที่ 2 ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับ สำนักงาน กสทช. และตำรวจภูธรภาค 4 ตรวจค้น 3 จุด ใน จ.หนองคาย หลังพบว่า มีการติดตั้งจานกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่สามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร โดยหันหน้าสู่ประเทศลาว ซึ่งอาจถูกใช้เพื่อสนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือมิจฉาชีพข้ามชาติ
ผลการตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่ง ใน ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย พบจานไวเลสลิงก์สูง 37.4 เมตรห่างจากชายแดน 1.24 กิโลเมตร อาคารแห่งหนึ่ง ใน ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย พบจานไวเลสลิงก์สูง 25.6 เมตรห่างจากชายแดน 7.75 เมตร อาคารอีกแห่ง ใน ต.โพธิ์ชัย อ.เมืองหนองคาย พบจานไวเลสลิงก์สูง 18 เมตร ห่างจากชายแดน 936 เมตร เจ้าหน้าที่ ตรวจยึดอุปกรณ์สื่อสารผิดกฎหมายรวม 11 รายการ และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ยืนยันว่า จะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบว่าเครือข่ายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีใดเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายนี้ โดยย้ำว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการกระทำผิดลักษณะนี้ในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews