เตือนภัยเงียบ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” รู้เร็ว รักษาไว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จัดงานเสวนาหัวข้อ “รอบรู้เรื่องมะเร็งต่อมลูกหมาก” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความรู้ ได้แก่ ผศ.นพ.ปองวุฒิ ด่านชัยวิจิตร อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลศิริราช และ ศ.นพ.กิตติณัฐ กิจวิกัย ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลรามาธิบดี มาแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งบทบาทของต่อมลูกหมาก สัญญาณเตือน การตรวจคัดกรอง การรักษา และนวัตกรรมยาต้านฮอร์โมนที่ช่วยยืดอายุผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

ผศ.นพ.ปองวุฒิ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก คือ อายุที่มากขึ้น พันธุกรรม หากมีญาติสายตรงเป็นโรคนี้ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ เชื้อชาติ ชาวยุโรปและสหรัฐฯ มีอุบัติการณ์มากกว่าคนเอเชีย อีกทั้งภาวะโรคอ้วน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และฮอร์โมนเพศชายสูงผิดปกติ เช่น การใช้ฮอร์โมนเสริมโดยไม่จำเป็น
มะเร็งต่อมลูกหมาก แบ่งเป็น 4 ระยะ ระยะแรกมะเร็งจะอยู่ภายในต่อมลูกหมาก ขนาดเล็กมาก มักไม่แสดงอาการ ระยะที่ 2 เซลล์มะเร็งมีการเติบโตมากขึ้น แต่ยังจำกัดในต่อมลูกหมาก ระยะที่ 3 เซลล์มะเร็งกระจายออกไปถึงชั้นนอกของต่อมลูกหมาก และระยะที่ 4 เซลล์มะเร็งกระจายเข้าสู่ระบบเลือด ระบบน้ำเหลือง ไปยังอวัยวะอื่น ๆ เช่น กระดูก โดยผู้ป่วยบางรายอาจตรวจพบในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายแล้ว จึงทำให้การรักษายากขึ้น
ด้าน ศ.นพ.กิตติณัฐ ได้แนะนำให้ผู้ชายสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณเตือนมะเร็งต่อมลูกหมาก ประกอบด้วย 1. การปัสสาวะที่ผิดปกติ ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะลำบาก 2. อาการปวดรุนแรง บริเวณบั้นเอว อุ้งเชิงกราน ต้นขาอยู่ตลอดเวลา 3. อาการอื่นที่เกิดขึ้นได้ในระยะแพร่กระจาย ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดตามร่างกาย ชา หรืออ่อนแรง กระดูกเสื่อม น้ำหนักลด เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ป่วยบางรายอาจไม่แสดงอาการ
ดังนั้น เพื่อให้ชัดเจนควรตรวจคัดกรองเบื้องต้น 2 วิธีควบคู่กัน ได้แก่ 1. การซักประวัติ ตรวจร่างกายโดยการให้แพทย์คลำต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก และ 2. การตรวจเลือดหา ค่า PSA (Prostatic Specific Antigen) หรือสารคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเลือด

ศ.นพ.กิตติณัฐ กล่าวว่า ผู้ป่วยระยะแรกจะมีก้อนขนาดเล็กในต่อมลูกหมาก และมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน เมื่อเข้าสู่ระยะที่รุนแรงขึ้นก้อนมะเร็งจะมีขนาดใหญ่ขึ้น แพร่กระจายตามระบบเลือดและน้ำเหลือง ส่วนใหญ่มะเร็งต่อมลูกหมากจะแพร่กระจายไปยังกระดูก หากตรวจพบเร็วมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ แต่หากเจอในระยะที่มะเร็งกระจายนอกต่อมลูกหมากแล้วการรักษาจะมีความซับซ้อนมากขึ้น และอาจต้องให้การรักษาเป็นสหสาขาวิชาชีพเพื่อประคับประคองให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตได้นานที่สุดอย่างมีคุณภาพ
สำหรับแนวทางการรักษาขึ้นกับระยะของโรคและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย โดยระยะแรกที่มะเร็งยังไม่ลุกลามจะเน้นรักษาเฉพาะที่ และการเฝ้าระวังเชิงรุก ติดตามการเจริญเติบโตของมะเร็งอย่างใกล้ชิด โดยการรักษาเฉพาะที่ทำได้ทั้งการฉายรังสีและการผ่าตัดต่อมลูกหมากซึ่งปัจจุบันสามารถผ่าตัดผ่านกล้องและการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วย แต่ถ้าโรคเริ่มลุกลามและแพร่กระจายการใช้ยาจะมีบทบาทมากขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง และอาจทำการรักษาหลายวิธีร่วมกัน
ผศ.นพ.ปองวุฒิ ระบุว่า “ฮอร์โมนเพศชาย” เป็นตัวกระตุ้นหลักให้มะเร็งต่อมลูกหมากเติบโต สำหรับมะเร็งระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย จำเป็นต้องใช้ “การกดฮอร์โมนเพศชาย” หรือ “ADT (Androgen Deprivation Therapy)” เพื่อยับยั้งไม่ให้เซลล์มะเร็งลุกลามไปอวัยวะอื่น ๆ ปัจจุบันมี “ยาต้านฮอร์โมนรุ่นใหม่” (Novel Hormonal Therapy; NHT) แบบรับประทานที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม โดยใช้ร่วมกับการกดฮอร์โมนเพศชาย สามารถออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศชายได้หลายกลไก จึงช่วยชะลอการลุกลามของโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ มีประสิทธิภาพสูง และผลข้างเคียงต่ำ เมื่อเทียบกับวิธีการรักษาอื่น ๆ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสมีชีวิตยืนยาวขึ้นพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดี
ศ.นพ.กิตติณัฐ ย้ำว่า มีผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากที่ไม่พบปัจจัยเสี่ยงหรือยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ดังนั้นผู้ชายควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเริ่มคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไปโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ แต่หากมีประวัติครอบครัวสายตรงป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็ควรคัดกรองแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่อายุ 40-45 ปี
ด้าน ผศ.พญ. ปานียา สูตะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ แผนกฟาร์มาซูติคอล บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า สำหรับไบเออร์ ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านเภสัชกรรมระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก สนับสนุนการรณรงค์สร้างการตระหนักรู้เพื่อให้ผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นประจำ เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงที เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขมากที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews