“บิ๊กเต่า” นำจับ 7 เจ้าหน้าที่กทม. ทุจริตซ่อมรถบัส

อาชญากรรม ข่าว

 

 

“บิ๊กเต่า” นำจับกุม เจ้าหน้าที่ กองการกีฬา 7 ราย ทุจริตจัดจ้าง ซ่อมรถบัสทิพย์ มูลค่าความเสียหาย 2,790,748 บาท

 

 

 

วันนี้ (12 มี.ค 68) เวลา 11.30 น. ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 1 พลตำรวจตรี จรุญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันสืบสวนกับกลุ่มและแจ้งข้อกล่าวหาข้าราชการพลเรือนสังกัดกองการกีฬาสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครจำนวน 7 ราย โดยผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

 

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าว เป็นผลงานชิ้นแรกหลังมีการทำ MOU ระหว่าง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ตำรวจสอบสวนกลาง ป.ป.ท. ป.ป.ช. และ กรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบเมื่อปี 2565 ถึง 2567 พบว่ามีการจัดจ้างซ่อมรถบัสทิพย์ ในการตรวจครั้งแรกพบว่ามีการนำทะเบียนรถบัสของหน่วยงาน กทม. ไปจัดซ่อมที่อู่แห่งหนึ่ง

 

จนท.จึงไปตรวจสอบพบว่ามีการซ่อมจริงหรือไม่ แต่อู่ที่ไปตรวจกับเป็นการซ่อมรถขนาดเล็กและยังไม่มีศักยภาพทางเครื่องมือและคนงานในการซ่อมรถบัสขนาดใหญ่ได้ จึงทำการขยายผลก็พบว่าเอกสารในใบเสนอราคาที่เป็นขั้นตอนแรกของการทุจริต เอกสารปลอมทั้งหมด และยังพบว่าขั้นตอนอื่นก็มีการปลอมเอกสาร ทั้งใบเสนอราคา ไปจนถึงขั้นตอนการ เบิกจ่าย และผู้ดำเนินการก็เป็นเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร

 

ซึ่งจากการตรวจสอบเจ้าของอู่ยืนยันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในขั้นตอนอื่นเพียงแค่ให้ใบเสร็จเปล่าที่มีตราของอู่ไปกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น และหลังจากที่ จนท.ไปดำเนินการจนเช็คออกมา ทางอู่หน้าที่ไปรับเช็ค และ โอนเงินหรือนำเงินสดไปให้ จนท.ของกทม โดยสำหรับอู่นี้พบมีการเบิกจ่ายไปทั้งหมด 11 ครั้งของรถบัส 3 คันจากนั้น จนท.ปปท. ไปตรวจสอบ พบว่ามี ฎีกาเบิกจ่ายรถบัสในลักษณะเดียวกันอีก 2 คันรวมเป็น 5 คัน รวมฎีกาเบิกจ่ายทั้งสิ้น 21 ฎีกาเป็นเงินกว่า 2,700,000 กว่าบาท

 

และยังบอกอีกว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 7 คน อยู่ในขบวนการทุจริตจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายราคาเกินจริงของกรุงเทพมหานคร และ การทุจริตเครื่องออกกำลังกายเกิดขึ้นก่อนที่จะพบว่ามีการทุจริตซ่อมรถบัสทิพย์ และเมื่อพบก็ส่งเรื่องไปทางกทม. จากนั้นกทม.เป็นคนประสานนำผู้ต้องหามามอบตัว

ด้านพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ บอกว่า ที่ผ่านมา การตรวจมันล่าช้า และยังไม่เคยมีการ ตรวจสอบทุจริตในหน่วยงานกรุงเทพมหานคร แต่การตรวจสอบครั้งนี้อาจจะมองว่าจำนวนเงินในการโกงในครั้งนี้อาจจะไม่เยอะ แต่ว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการ ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต และยังพบในลักษณะนี้อีก หลายโครงการซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนทางของเจ้าของอู่ซ่อมรถ ได้มีการสอบถามพูดคุยกันเบื้องต้นว่า ทางอู่ ซ่อมเพียงแค่รถเล็กๆไม่เคยซ่อม รถบัส หรือรถที่มีขนาดใหญ่

 

ทางด้านกองการกีฬาได้ก็ไปพูดคุยกับเจ้าของอู่ ให้ซ่อมรถบัส เจ้าของอู่รถก็รับมาทำ และต้องเสียภาษี จึงส่งเอกสารมาทางกองการกีฬา แต่ทางด้านกองการกีฬากลับไม่มีการทำเรื่องให้อู่ซ้อมรถ จึงได้ยกเลิกสัญญาไป จึงมองว่า อู่ซ่อมรถอาจจะตกเป็นเหยื่อด้วยจึงต้องกันไว้เป็นพยาน หลังจากการให้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 รายไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด และประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปปป.

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews