ไม่แต่แค่สภาพการณ์ไม่น่าไว้วางใจใน“อาการรัฐบาลอิ๊งค์”ที่เกิดขึ้นหลัง “ฝ่ายค้าน”ยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมากับยุทธศาสตร์โฟกัสเป้าที่“นายกฯอิ๊งค์”คนเดียวใน6ประเด็น
ที่โยงทั้งมิติการบ้านและการเมือง ในท่ามกลางการจับตาปัญหา “ศึกใน”เสถียรภาพรัฐบาลที่มาจากสัญญานภาพ “ตบจูบ”ที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยก่อนหน้าวันดินเนอร์ และ ก่อนวันฝ่ายค้านยื่นญัตติ จากปม “คดีโพยฮั้วสว.”ที่DSIจะรับเป็นคดีพิเศษที่ บอร์ดDSI เลื่อนการพิจารณามาสัปดาห์นี้(6มี.ค.) หลังจากที่ก่อนหน้าเพิ่งเคลียร์ปมมืองาน “ผู้กอง”ไปตรวจสอบที่ดินสปก.แถวเขาใหญ่เฉียด“ที่ดินสนามกอล์ฟครอบครัว”ของ “หัวหน้าหนู”ไป แม้
กระทั่ง “นายกฯอิ๊งค์”จะสปีคกิ้งเรื่องผลงานการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกับประชาชนผ่านรายการของนายกฯ ช่วงวันหยุด ก็ยังไม่วายมีโพลนิด้าออกมาทำนองประชาชน ไม่ค่อยพอใจการทำงาน นายกฯแพทองธาร และภาพรวมการทำงานของรัฐบาลที่ประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นการแก้ไขปัญหาประเทศ โดยไม่พอใจการทำงานของก.พาณิชย์ -ก.แรงงาน-ก.มหาดไทย-ก.ยุติธรรม-ก.กลาโหม รวมถึงดุสิตโพล ที่ออกมาทำนองเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาล
ที่น่าสนใจคือ ประเด็นเศรษฐกิจ หลังจากที่สัปดาห์ก่อน มีรายงานการเติบโตตัวเลขเศรษฐกิจ GDPออกมาจากหลายหน่วยงานรวมถึงสภาพัฒน์ฯว่ายังต่ำกว่าที่คาดการณ์ ที่ถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตผู้คนในรัฐบาล ตั้งแต่ “ทักษิณ”ที่ลงไปพูดที่นครศรีธรรมราชจะหารือนายกฯอิ๊งค์อัดเงินใส่ท่อกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึง “นายกอิ๊งค์”พยายามออกมาชี้แจงหลายรอบ ต่อการที่หลายฝ่ายกังวลรายงานดังกล่าวว่าเศรษฐกิจไทยไม่โต รั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน ทั้งนี้เพราะ เพื่อไทย โดย “อุ๊งอิ๊งค์”
โดยเฉพาะ“ทักษิณ”ถูกคาดหวังจาก “ผู้กุมดีล”และฝ่ายอนุรักษ์ จนยอมมาใช้บริการ ตั้งแต่ช็อตการเข้ามาของ“เศรษฐา”ที่มีการพูดถึง “พายุหมุนทางเศรษฐกิจ”จากมาตรการเรือธงกระตุ้นเศรษฐกิจ“ดิจิทัลวอเล็ต”จนมาถึง “รัฐบาลอิ๊งค์”ที่กลายสภาพเป็นแจกเงินหมื่นมาได้2เฟส แล้ว แต่ก็ยังถูกวิจารณ์ลมไม่แรงพอ
ทั้ง “ศึกนอก”กับจังหวะที่ บรรดา“โจทย์เก่า”ของ”พ่อนายกฯอิ๊งค์”อย่าง “ทักษิณ”ในปีกซีกกลุ่มอนุรักษ์นิยม ที่เริ่มเคลื่อนไหวดีเดย์จะเผด็จศึกรัฐบาลในเดือนมี.ค. ไม่นับรวมการรวมตัวกันโดยนัดหมาย ของม็อบชาวนาที่มาทวงสัญญาการแก้ปัญหา และ “ม็อบค้านคาสิโน”ของ คปท.และ กองทัพธรรม ที่ มาปิดล้อมทำเนียบฯดักคอที่รัฐบาลจะนำร่างพรบ.เอ็นเตอร์เทนเมนคอมเพล็กซ์ที่กฤษฎีกาส่งมาเข้าพิจารณาในครม. จนต้องยืมวิชา“ลุงตู่”มาใช้ในการตั้งบังเกอร์คอนเทนเนอร์ลวดหนาม ตั้งรับแต่ไก่โห่ตั้งแต่วันอาทิตย์ และที่สุดวันนี้ครม.ก็เลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ออกไป
แต่ที่ถูกจับตาว่าจะมีความเชื่อมต่อกันจนส่งผลกระทบกับ อายุขัยความเป็นไป ของ “รัฐบาลอิ๊งค์”ที่ออกตัวว่าเป็น “นายกฯเจนวาย”หลังจากนี้หรือไม่ คือ ปรากฎการณ์การออกมาด้วยตัวเองของ “ครูใหญ่เนวิน”ผู้นำจิตวิญญาณภูมิใจไทยอีกครั้ง กับล่าสุดที่โพสในโซเชียลวันนี้ ทำนองเสียดายที่รัฐบาลโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมี “สรวงค์ เทียนทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทยดูแลจะไม่มีการต่อสัญญา MotoGP ที่บุรีรัมย์ในปีหน้า ทั้งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล
ที่แม้ “นายกฯอิ๊งค์”จะออกตัว ว่า ไทยยังมีโอกาสต่อสัญญา MotoGP ยังอยู่ระหว่างพูดคุยขอดูตัวเลขก่อน หากประเทศชาติได้ประโยชน์จะทำต่อแน่นอน โดยบอกจะมองเป็นเรื่องของการเมืองก็ได้แต่ตนขอมองเรื่องธุรกิจ-เงิน หากแต่ ประเด็นนี้ ถูกมองอาจเป็นจุดแตกหักที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในจังหวะที่รัฐบาลกำลังจะเข้าสู่ศึกซักฟอกที่พุ่งเป้าไปที่ “นายกอิ๊งค์”และ “ทักิณ”
ที่แม้ถึงที่สุดการต่อรองทางการเมือง อาจทำให้รัฐบาลอาจผ่านศึกนี้ไปได้ แต่ข้อกล่าวหาติดปลายนวมและผลกระทบความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลหลังศึกซักฟอก รวมถึงสถานการณ์กดดันจากการขยายตัวของสารพัดม็อบที่สั่งสม และ ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังแก้ไม่ได้ เริ่มกระทบรายได้คนชั้นกลางถึงขนาดเริ่มมีการวิจารณ์ทำนอง “ทักษิณ”
ก็แก้ไม่ได้ ถูกวิเคราะห์จะเป็นแรงกดดัน “รัฐบาลนายกฯอิ๊งค์”ที่จะเผชิญสภาพทั้งศึกในศึกนอก จนทำให้ยากที่จะควบคุมอำนาจทางการเมือง กระทั่งนำไปสู่การเรียกร้องจากฝ่ายต้างๆให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จนจำเป็นที่ “ศูนย์อำนาจ”ต้องตัดสินใจจบที่การ “รีเซ็ตระบบ”กับการ“ยุบสภา”นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่.
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews