สร้างความฮือฮาอยู่ไม่น้อยสำหรับประเทศไทย ที่จะใช้พื้นที่ท้องสนามหลวง ทำพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งรัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “นายสรวงศ์ เทียนทอง” ยืนยันอย่างหนักแน่ว่า พิธีเปิดจะจัดขึ้นที่สนามหลวง ส่วนพิธีปิดจะจัดที่ราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมกันนี้ได้กำชับฝ่ายพิธีการว่าให้ออกแบบทุกอย่างให้ออกมาดูดีและสวยงามที่สุดเพื่อประเทศไทย
รวมทั้งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งนี้ของไทย คือการสร้างความรับรู้ให้กับประชาชน ซึ่งทุกคนควรจะต้องรู้กฎ-กติกา วิธีการเล่นของกีฬาแต่ละชนิดเพื่อให้รับชมกีฬาได้อย่างสนุก
สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.คุยกับ “นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์” รองประธานบริหารสหพันธ์ซีเกมส์ โดย “นายชัยภักดิ์” กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะจัดขึ้นที่สนามหลวง ส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดี สะท้อนถึงความเป็นไทย มีความยิ่งใหญ่ ตระการตา แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายและพื้นที่โดยรอบด้วยเช่นกัน เพราะขณะนี้ต่างชาติหลายๆประเทศได้สอบถามเข้ามาแล้วว่า จะอนุญาตให้คนที่จะมาเดินขบวนพาเหรดจำนวนเท่าไร
“เป็นอะไรที่ดูแล้วยิ่งใหญ่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องคิดถึงค่าใช้จ่ายด้วยเหมือนกัน แต่ว่าถามว่าดีไหม มันดีแน่นอน ถ้าเปิดแล้วก็มีการเล่นแสงและเสียง ให้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระบรมมหาราชวังของความเป็นไทย ที่ท่านรัฐมนตรีท่านคิด อาจจะได้รับความร่วมมือด้วยและได้รับความช่วยเหลือด้วยจากการท่องเที่ยว มันก็เป็นอะไรที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดี มันไม่มีปัญหาหรอก แต่ว่าคงจัดลำดับยากเหมือนกันเพราะว่าพื้นที่ด้านหลังมันกว้างก็ไม่ทราบ เค้าก็มีการถามกันว่าจะอนุญาตให้คนมาเดินพาเหรดได้ประเทศละกี่คน หลายๆชาติก็สอบถามเรื่องพวกนี้ ก็บอกว่าเดี๋ยวคราวหน้า ถึงจะมีการให้คำตอบ”
“นายชัยภักดิ์” กล่าวอีกว่า วันนี้ คณะมนตรีซีเกมส์พอใจกับการเตรียมการของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ทั้งนี้ก็จะมีประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และย้ำว่า ทุกประเทศตื่นเต้นกับซีเกมส์ ซึ่งพร้อมส่งนักกีฬาเข้ามาแข่งขันแบบเต็มที่ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีนักกีฬาไม่ต่ำกว่า 9,000 คน ที่เดินทางเข้ามาร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย
“คณะมนตรีซีเกมส์ เค้าก็พอใจกับการเตรียมการของทางฝั่งไทย ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็ทีมงานทั้งหมด ที่เขาได้มีการเตรียมเนื้อหาไว้ ก็ตอนนี้ก็เป็นการนับถอยหลังเหลือเวลาอีก 6 เดือนก็จะมีการประชุม จากครั้งนี้จะมีอีก 3 ครั้งก็จะเป็นการประชุมเพื่อไล่ลำดับความคืบหน้าของการเตรียมความพร้อมของการจัดการแข่งขัน”
และเมื่อถามถึงความพร้อมของทัพนักกีฬาไทยเป็นอย่างไร “นายชัยภักดิ์” กล่าวว่า นักกีฬาได้มีการเก็บตัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมาตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อให้มีความพร้อมกับซีเกมส์ แต่อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้รัฐบาลดูแลเรื่องค่าเบี้ยเลี้ยงสำหรับนักกีฬาด้วย
“รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรี ท่านให้เก็บตัวนักกีฬาจากทุกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยก่อนการจัดการแข่งขันก็เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมนี้ ขณะนี้เก็บตัวมาแล้ว จนถึงวันนี้ก็ประมาณ 3 เดือนเต็มแล้ว และก็จะต้องเก็บตัวต่อไปอีกให้ถึงเดือนพฤศจิกายน ก็อยากจะขอให้ทางภาครัฐได้ดูแลเรื่องเบี้ยเลี้ยงค่าเก็บตัวนักกีฬาและผมก็เชื่อมั่นว่าทุกคนจะมีความตั้งใจที่จะมุ่งมั่นที่จะทำเหรียญทองหรือเหรียญอะไรก็แล้วแต่ ที่เขาตั้งเป้าไว้ให้ได้สูงสุด เท่าที่เค้าจะต้องคิดจะทำได้ เพราะว่าเป็นการแข่งขันภายในประเทศไทยเอง”
ขณะที่ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2025 ณ กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา การเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬาระดับภูมิภาคอันทรงเกียรตินี้ ถือเป็นเกียรติ และความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ในนามของรัฐบาลไทยและคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เรากำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่
การแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เราจะดำเนินการตามแนวคิด Green Games เน้นเรื่องของการประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานสะอาด เรื่องของการลดขยะ และสร้างมิตรภาพและความสัมพันธ์ และเผยแพร่วัฒนธรรม กกท. มีการทำงานและประสานงานร่วมกันกับสมาคมกีฬาทั้ง 50 กีฬา รวมถึงกีฬาสาธิตและ กีฬามิกซ์มาเชียลอาร์ท (Mixed Martial Arts – MMA) กีฬาใหม่ที่จะเข้ามาสร้างสีสันด้วย ซึ่งทุกสมาคมก็ได้ประสานกับสหพันธ์กีฬานั้น ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถจัดในมาตรฐานเดียวกันกับการจัดซิงเกิ้ลสปอร์ต ที่เป็นเกมระดับชิงแชมป์โลกและชิงแชมป์เอเชีย อีกด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews