“บิ๊กต่าย” ปัดไทยโดนล้ำอธิปไตยหลัง”หลิวจงอี” เยือนแม่สอด

อาชญากรรม ข่าว
ผบ.ตร.ปัดไทยโดนล้ำอธิปไตยหลัง”หลิวจงอี” เยือนแม่สอด ชี้ เป็นการประสานร่วมมือกัน เผย ยังไม่ได้รับรายงานข่าวญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานกระทำผิดหลอกเพื่อนร่วมชาติ ย้ำเดินหน้า7มาตรการป้องกัน

 

 

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เปิดเผยกรณี นายหลิว จงอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงของจีน เดินทางเยือนชายแดนไทย อ.แม่สอด จังหวัดตาก เพื่อประสานเมียนมาในการ รับตัวชาวจีน จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับประเทศ โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญ กับปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นที่ชายแดนแม่สอด และมีมาตรการที่เข้มข้น ยืนยันว่าหน่วยงานความมั่นคงของประเทศอื่น โดยเฉพาะจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย มีการประสานการปฏิบัติและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

 

 

ไม่ได้มองว่าการเดินทางเข้ามา แล้วจะมีบทบาทอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ ซึ่งในส่วนของตำรวจก็ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และจริงจังมาก ทั้งการลงพื้นที่ รวมถึงการตรวจสอบทางการปกครองว่ามีเจ้าหน้าที่รายใดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ จึงอยากให้เห็นว่าตำรวจดำเนินการอย่างจริงจังและโปร่งใส ในฐานะที่ตนเป็น ผบ.ตร. หากพบว่าใครที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องก็กำชับให้เร่งตรวจสอบและทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว ส่วนการปฏิบัติระหว่างประเทศไทยและหน่วยงานต่างๆ มอบหมายให้ทาง พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนิละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) มีการลงพื้นที่ไปดูแลกำกับอยู่แล้ว

 

 

ทั้งนี้ ในส่วนของนายหลิว จงอี ฯ ก็เคยเดินทาง มาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและพบตนเอง และได้แสดงความขอบคุณ และเห็นความจริงใจของไทย ในการปฏิบัติงานของตำรวจไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง ส่วนสถานการณ์ที่อ.แม่สอด จว.ตาก ตอนนี้ไทยรับตัวมา 260 คน อยู่ที่ค่ายของทหาร ในจังหวัดตาก และอยู่ในขั้นตอนของการซักถามและคัดแยกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าใครเป็นผู้เสียหายและเข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมายข้อใดหรือไม่ ส่วนมาตรการกดดันทั้งการตัดไฟ ตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต รวมถึงงดส่งน้ำมันก็มีผลความคืบหน้าไปมากพอสมควร

 

 

ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการประสานประเทศไทยว่าจะส่งตัวผู้ที่ข้ามไปทำงานและผู้นำมีการประกาศชัดเจนว่าไม่เอาผู้ที่กระทำความผิดหรือเป็นแก๊ง Call Center ไว้ นั้น ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ไปพิจารณา ข้อเท็จจริง กรณีมีการส่งกลับมาประเทศไทยสมควรที่จะรับบุคคลเหล่านั้นกลับมาหรือไม่ และเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานใดก็จะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองเพื่อส่งเหยื่อกลับประเทศต้นทางโดยมีการประสานผ่านทางการทูต ทุกอย่างคำนึงถึงความเหมาะสมและขีดความสามารถที่ประเทศไทยทำได้

 

 

ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ามีชาวญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานในการกระทำผิดและหลอกลวงคนญี่ปุ่นด้วยกันนั้น ยืนยันว่าขณะนี้ตนเองยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการใช้ไทยเป็นฐานในการกระทำผิดดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมเน้นย้ำว่า ตำรวจยังคงเดินหน้าตาม 7 มาตรการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกระทำความผิดและหลอกลวงประชาชนและต่างชาติ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews