บั้นปลายอาชีพ ”บัวขาว” ขอไว้ลายสู้ตาย

Hot Clips Video ข่าว

 

 

 

 

 

เวทีมวยราชดำเนินซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของมวยไทยกำลังมีอายุครบรอบ 79 ปีและก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ของการก่อตั้งในเดือน ธ.ค. นี้ ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา

 

 

 

 

ภายใต้การบริหารงานของ “คุณแบงค์” เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (GSV) และ ประธานรายการ RWS – Rajadamnern World Series ร่วมกับ พาร์ทเนอร์ ผู้บริหารและทีมงานเวทีราชดำเนิน มีส่วนสำคัญทำให้เวทีราชดำเนินยกระดับเป็นสังเวียนการแข่งขันมวยไทยระดับโลกที่มีแฟนมวยทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสมวยไทยที่ยังคงเอกลักษณ์มวยไทยดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน กลายเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญในเดือน ธ.ค. นี้ จะมีรายการมวยยิ่งใหญ่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเดือน คาดว่าจะได้รับความสนใจจากแฟนมวยเดินทางมาสัมผัสความเร้าใจที่เวทีอย่างคึกคัก โดยในเดือน ธันวาคม นี้ ทาง RWS เตรียมทุ่มเงินค่าตัวและเงินรางวัลรวมกว่า 30 ล้านบาท ในการจัดรายการคู่มวยชั้นนำตลอดทั้งเดือน ทั้งการชิงแชมป์ RWS Tournament และการชิงแชมป์เวทีราชดำเนินรวมถึงคู่มวย Super Fight โดยนักมวยผู้ชนะในไฟต์สำคัญ มีโอกาสคว้าเงินรางวัลอย่างเป็นกอบเป็นกำ อีกด้วย

นอกจากนี้ เวทีราชดำเนิน ที่มีการจัดมวย 7 วันต่อสัปดาห์ จะทำให้สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับนักมวยราวห้าพันคน รวมไปถึงบุคคลากรในวงการและในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกว่าหมื่นอาชีพ โดยจุดมุ่งหมายของ GSV และ เวทีราชดำเนิน คือการสร้างรากฐานวงการมวยไทยให้แข็งแรง ยั่งยืนและสร้างโอกาสให้นักมวยรุ่นใหม่ๆ ได้มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นนักชกเงินล้าน เป็นนักชกซูเปอร์สตาร์คนต่อๆไป

โดยศึกใหญ่อีกรายการที่ถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองวันเกิดสนามมวยราชดำเนินครบ 79 ปีและย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 จะมีขึ้นในวันที่ 21 ธ.ค. นี้ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของไทยจะคืนสังเวียนราชดำเนินอีกครั้งด้วยการเจอกับ หาน เหวินเป่า นักมวยคิกบ็อกซิ่งคนดังจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

นักชกซูเปอร์สตาร์วัย 42 เปิดใจก่อนขึ้นชกในไฟต์นี้ว่า ปี 2024 ถือว่าเป็นปีที่สาหัสมาก เพราะว่าปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ โดยการแพ้คะแนนให้สโตยาน โคปริฟเลนสกี้ ในทัวร์นาเมนต์K-1 World MAX ที่ผ่านมา

 

“ก่อนหน้านี้ในช่วงระหว่างปี 2018-2024 ตนแพ้ไม่เป็น ทำให้คิดมาตลอดว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข ยังไงก็ผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อยู่แล้ว แต่ไฟต์แพ้ สโตยาน ในปีนี้มีผลต่อตนเองจริงๆ เพราะทำให้เสียความมั่นใจไปมาก ก่อนหน้านี้ตนเองมั่นใจว่าจะได้แชมป์ K-1 World MAX สมัยที่ 3 ได้แน่นอน แต่กลับตกรอบแรกแบบเหลือเชื่อ นั่นแหละทำให้ตนเริ่มคิดว่าตอนนี้อาจจะไม่ใช่ บัวขาว เหมือนเมื่อหลายปีก่อนจริงๆ”

บัวขาว ยังบอกว่า การได้กลับมาชกที่เวทีราชดำเนินและเป็นศึกฉลองการย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ของราชดำเนินเหมือนจุดไฟในการชกให้กลับมาอีกครั้ง เพราะจัดชกเวทีที่คือบ้านของมวยไทย ทุกครั้งที่ได้ชกที่เวทีราชดำเนินไม่เหมือนกับที่อื่น เหมือนได้พลังในการชกกลับมาอยู่เสมอการเจอกับ หาน เหวินเป่า นั้นจะเป็นไฟต์ที่หนักหนาสาหัสแน่นอน

 

เพราะ หาน เหวินเป่า คือนักมวยตัวท็อปของจีนในรุ่น 70 ก.ก. เป็นนักมวยระดับแชมป์ของรายการชื่อดังของจีนอย่างอู่หลินฟง และปีนี้ก็เพิ่งเอาชนะสองตำนานของไทยอย่างจอมทอง ชูวัฒนะ และไทรโยค พุ่มพันธ์ม่วงมาด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าเขามุ่งมั่นมากที่จะเอาชนะให้ได้ในไฟต์นี้ เพื่ออยากสร้างชื่อเอาชนะบัวขาว ที่เป็นอีกหนึ่งตำนานหนึ่งของวงการมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งให้ได้

“ไฟต์นี้ตนเองบอกเลยว่าซ้อมเข้มมากกว่าทุกครั้ง ขอให้แฟนๆทุกคนมั่นใจได้เลยว่าไม่ว่ายังไง บัวขาวก็จะเต็มที่กับไฟต์นี้แน่นอน อยากจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่าแม้จะอายุ 42 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีพิษสงอยู่ จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญ ที่แน่ๆ คือสู้เต็มที่แน่ๆ ไม่ให้แฟนมวยไทยต้องผิดหวัง”

บัวขาว ขึ้นชกที่เวทีราชดำเนินครั้งสุดท้ายในศึก RWS Legend of Rajadamnern เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเอาชนะคะแนน นายาเนช ไอมาน นักมวยชาวสเปนไปได้ และการกลับมาครั้งนี้ในวัย 42 ปี ถือว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของตำนานชาวไทยเลยเนื่องจากจะต้องเผชิญหน้ากับหาน เหวินเป่า นักชกซูเปอร์สตาร์ชาวจีน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์หายากเลยที่จะได้เห็นนักชกจากประเทศจีนเดินทางมาขึ้นชกกับบัวขาวถึงที่ประเทศไทย

 

โดย หาน เหวินเป่า (Han Wenbao) ปัจจุบันอายุ 27 ปี มีดีกรีการชกไม่ธรรมดาเหมือนกัน ถือเป็นนักมวยคิกบ็อกซิ่ง ตัวท็อปในรุ่น 70 ก.ก. มีสถิติการชก 53 ไฟต์ ชนะ 42 แพ้ 11 เป็นการชนะน็อกเอาต์ 7 ครั้ง และยังเคยเอาชนะนักมวยแกร่งของไทยอย่าง จอมทอง ชูวัฒนะ และ ไทรโยค พุ่มพันธุ์ม่วง มาแล้ว ฟอร์มล่าสุดชนะติดต่อกันมา 8 ไฟต์แล้ว เป็นคู่ชกที่บัวขาวไม่อาจประมาทได้เลย

สำหรับ ศึก RWS presents RAJADAMNERN 80 ที่เวทีมวยราชดำเนิน ในวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางทางทีวีเวิร์คพอยท์ช่อง 23 นอกจากนั้นแล้วยังมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง ดะโซน (DAZN) สตรีมมิ่งคอนเทนต์กีฬายักษ์ใหญ่ โดยถ่ายทอดสดไปกว่า 200 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก เริ่มเวลา 21.15 น. แฟนกีฬาชาวไทยสามารถจองตั๋วเข้าชมผ่านทางออนไลน์ได้ที่ rajadamnern.com

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews